มี2 เรื่องนะอ่านอันไหนก็ได้ หรือทั้ง 2เลยก็ได้(ดีใจ^^)
ปล.อันนี้มีสาระกะเค้าบ้าง(555+)
1.ย้อนรอยตำนานเทศการกินเจ

การกินเจ มีมาตั้งแต่บรรพกาล ซึ่งชาวจีนถือปฏิบัติบัติเป็นประเพณีสืบต่อกัน
มาช้านาน เทศกาลกินเจเริ่มตั้งแต่ 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 นับตามปฏิทินจีน
เทศกาลกินเจ จริงๆแล้วเผ็นช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ 10 วัน แด่คน 9 คน
ซึ่งเป็นชาวฮั่นที่ได้ทำการปฏิวัติต่อต้านพวกแมนจู(ที่หัวล้าน ผมเปียข้างหลัง)
แต่ไม่สำเร็จ จึงถูกกประหารชีวิตโดยการตัดคอและโยนลงสู่แม่น้ำ ยังความโศกเศร้า
เสียใจให้กับชาวจีน จึงร่วมปฏิบัติธรรมโดยกินเจและถือศีล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้
กับผู้ถูกประหารชีวิต การกินเจจึงถูกกำหนดให้เทศกาลตั้งแต่นั้นมา
เมื่อถึงเทศกาลกินเจ ชาวจีนจะนุ่งขาวห่มขาวเพื่อแสดงถึงการตัดกิเลสจากโลก
ภายนอก ถือศีล กินเจ อาหารที่ทานได้ ก็จะเป็นผักแต่ไม่ทุกชนิด คือ ผักที่มี
กลิ่นฉุนเมื่อทานไปแล้วมีกลิ่นปาก ได้แก่ ผักชี,ผักกุยฉ่าย,ต้นหอม,กระเทียม
ส่วนผลไม้ก็ทานได้ทุกชนิด แล้วก็งดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิดด้วย

2.ประเพณีการกินเจ

กินเจ การกินเจเป็นการบูชา เทพนพเคราะห์ บำเพ็ญศีล สมาทาน ทำกายวาจา และใจให้บริสุทธิ์ งดเว้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิด เว้นจากการทำบาป สลัดตนให้พ้นจากกิเลศทั้งปวงโดยการถือศีล ผู้ที่ปฎิบัติต่างมีจิตใจเบิกกบาน นุ่งขาวห่มขาว อันเป็นปัจจัยเตือนตัวเองให้สำนึกว่าตนกำลังตนให้บริสุทธิ์
ชาวจีนเชื่อกันว่าเมื่อถึงวันขึ้นค่ำ ถึง เก้าค่ำ ตามจันทรคติของจีน เทพเจ้าประจำดาวนพเคราะห์ (กิ้วอ๋องไต้เต้) จะผลัดเปลี่ยนกันลงมาตรวจโลกมนุษย์ ทั้งกลางวันและกลางคืน จึงได้จัดพิธีถือศีลกินเจในเดือนเก้า เริ่มตั้งแต่วันขึ้นค่ำ รวมเก้าวันเก้าคืน แต่ศาลเจ้าบางแห่งจะกำหนดวันจัดตามความเหมาะสมและความพร้อม
การกินเจในเมืองตรัง เกิดจากกลุ่มคนจีนในเมืองตรังที่มีศรัทธาจัดให้มีขึ้น และได้กระจายออกไปหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ศาลเจ้ากิวอ่องเอี้ย ได้จัดประเพณีถือศีลกินเจมานาน จากประวัติกล่าวว่าเมื่อประมาณ ๑๕๐ ปีที่ผ่านมา ได้มีชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในเมืองตรัง ตามลำน้ำตรังตั้งแต่ปากน้ำกันตัง ท่าจีน ไปจนถึงห้วยยอด ได้ตกลงจัดงานถือศีลกินเจขึ้น โดยได้ไปเชิญกระถางธูปของเทพเจ้าเก้าองค์มาจากเมืองจีน เริ่มจัดงานครั้งแรกที่บ้านท่าจีน ต่อมาย้ายไปจัดที่วัดสะตอหรือวัดตันตยาภิรม เป็นการชั่วคราว ในช่วงหลังสงครามมหาอาเซียบูรพา เมื่อจัดสร้างศาลเจ้ากิวอ่องเอี้ยขึ้น ก็ใช้โรงงศาลเจ้าเป็นสถานที่จัดงาน ซึ่งต่อมามีศาลเจ้าอื่น ๆ เกิดขึ้น ทำให้การกินเจขยายวงกว้างออกไป โรงศาลเจ้าแต่ละโรง ก็จัดกิจกรรมกินเจ หรือเข้าร่วมกับโรงศาลเจ้า ที่เป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรม
งานถือศีลกินเจของศาลเจ้ากิวอ่องเอี้ย ซึ่งมีผู้คนเข้าไปร่วมงานเป็นจำนวนมากขึ้น จะเริ่มเตรียมงาน ตั้งแต่วันขึ้น ๒๗ ค่ำ เดือนแปดจีน โดยจะหาฤกษ์เพื่อตั้งโต๊ะบวงสรวงเชิญเทพเจ้าต่าง ๆ อันพึงจะมาในวันกินเจ เมื่อตั้งโต๊ะบวงสรวงแล้วก็จะทำความสะอาดภายในตัวศาลเจ้า ตั้งแท่นบูชา เชิงเทียน ตะเกียงน้ำมัน กระถางธูปทุกแท่นบูชา ตบแต่งบริเวณ เตรียมสถานที่ บุคคล เครื่องใช้ต่าง ๆ อาหาร รมกำยานให้หอม เผากระดาษเงิน กระดาษทอง
ในวันขึ้น ๓๐ ค่ำ เดือนแปดจีน ตอนเช้าจะมีการยกเสาเต็งโก ไว้หน้าศาลเจ้า สำหรับเชิญดวงวิญญาณของเจ้า เมื่อถึงเที่ยงคืนก็ประกอบพิธีเชิญยกอ๋องฮ่องเต้ (พระอิศวร) และกิ่วอ๋องไต้เต้ (ผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า) มาเป็นประธานในพิธี ชาวบ้านเรียกว่าพิธีรับพระ ซึ่งเป็นพิธีสำคัญในการกินเจ โดยเชิญไฟพระฤกษ์เข้ามาภายในศาลเจ้า ณ ที่แท่นบูชา และเริ่มจุดตะเกียงน้ำมันมะพร้าวที่แท่นบูชา ขอเทพเจ้าต่าง ๆ ตามที่ไฟพระฤกษ์ผ่านทั้งหมด จากนั้นก็จะแขวนตะเกียงหรือโคมไฟเก้าดวง อันเป็นสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณกิวอ่องไต้เต้ ไว้บนเสาเต็งโก แสดงถึงการเริ่มพิธีกินเจ คนที่เข้าร่วมพิธีกินเจ จะแต่งกายนุ่งขาวห่มขาวกินอาหารเฉพาะผักและผลไม้ งดเว้นเนื้อสัตว์ งดเว้นการกระทำกิจใด ๆ ที่เป็นการเบียดเบียนสร้างความเดือดร้อนแก่สัตว์ทั้งปวง
หลังจากนั้นจะมีพิธีหลายอย่างไปจนเสร็จสิ้นการกินเจ ในระหว่างงานพิธีในวัน ๓,๖,๙ ค่ำ จะมีพิธีบวงสรวงเลี้ยงเหล่าทหารเทพ กลางคืนจะมีการสวดมนต์ทุกคืน มีพิธีโกยห่านสะเดาะเคราะห์ กำหนดวันออกโปรดสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาเรียกว่าพระออกเที่ยว มีการแสดงอภินิหารทำร้ายร่างกายด้วยวิธีต่าง ๆ ของพระกับม้าทรง สำหรับในวันพระออกเที่ยวนี้ ตามบ้านเรือนจะตั้งโต๊ะบูชาและจุดประทัดต้อนรับ
พิธีสำคัญในวันกินเจคือพิธีลุยไฟ โดยเชื่อว่ากองไฟเป็นกองไฟศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงอิทธิฤทธิ์ที่บังคับไฟไม่ให้ร้อน หรืออีกนัยหนึ่งเชื่อว่าเป็นไฟทิพย์ ใช้ชำระความสกปรกของร่างกายให้บริสุทธิ์ การลุยไฟกระทำโดยการก่อกองไฟด้วยถ่านไม้ จนกระทั่งถ่านลุกแดง แล้วเกลี่ยให้กว้าง พระจะทำพิธีลุยไฟก่อน ต่อจากนั้นผู้กินเจและมั่นใจว่าตนเองสะอาดบริสุทธิ์ ก็จะลุยไฟโดยไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เด็กผู้หญิงและคนแก่เฒ่าห้ามลุยไฟ และผู้ที่ไม่บริสุทธิ์ห้ามลุยไฟ เพราะอาจได้รับอันตราย
การลุยไฟส่วนหนึ่งมีการนำเอาสิ่งของต่าง ๆ ที่นำออกไปจากศาลเจ้านำกลับเข้าประจำที่เดิมในศาลเจ้าโดยต้องผ่านกองไฟ เพื่อให้บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งเป็นภัยทั้งปวง และเป็นการประกอบพิธีส่งพระด้วย ในวันเก้าค่ำ เมื่อทำพิธีส่งพระเสร็จสิ่งของต่าง ๆ ผ่านกองไฟกลับไว้ในศาลเจ้าแล้ว พอถึงวันสิบค่ำก็มีพิธีเชิญตะเกียงและเสาธงลง เป็นอันสิ้นสุดพิธีในเทศกาลกินเจ

edit @ 2006/08/09 20:11:30